รีวิว Trainspotting (8.5/10)

0
trainspotting

“บ้าพลัง จนไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นหนังเมื่อ20กว่าปีก่อน”

เป็นหนังที่เซอไพร์สผมมากทีเดียว แม้จะเห็นรีวิวแนะนำเยอะ แต่ด้วยความเก่าของมัน ผมก็เลยไม่ได้รีบร้อนที่จะหยิบมาดูแต่อย่างใด ด้วยความที่เป็นหนังอาชญากรรมกับคนพี้ยา ยิ่งไม่ใช่แนวเท่าไหร่ และคิดว่าอาจจะเป็นหนังปล้นกันธรรมดาดาษดื่นทั่วไป

แต่ที่คิดไว้นั้นแทบจะเรียกว่าทลายสิ้นตั้งแต่ 5 นาทีแรกของหนัง หนังเปิดฉากมาได้ทะเยอทะยานพอสมควรด้วยการวิ่ง กับสคริปบทพูดรัวๆ ที่จะว่าไม่เข้ากันเลยมันก็ใช่ แต่เพราะจังหวะการพูดที่เร็ว กับฉากตอนต้นเรื่อง และเสียงดนตรีประกอบ …มันเข้ากันแบบประหลาดและน่าทึ่งมาก ซึ่งเกือบทั้งเรื่องหนังมีดนตรีประกอบที่เจ๋งๆอีกหลายฉาก

ในส่วนของเนื้อหานั้น ก็เป็นอีกอย่างที่หนังพาเราไปไกลมาก …ไม่สิ จริงๆมันไม่ไกลเท่าไหร่ เพราะหนังมันแค่ประมาณ 90 นาที แต่ต้องบอกว่าเป็น 90 นาทีที่อัดแน่นมาก คือมีรายละเอียดเยอะมาก นอกจากตัวละครจะพี้ยาแล้ว ตัวหนังเรื่องนี้ก็เหมือนพี้ยาตามไปด้วย เพราะเล่าเรื่องแบบคนบ้าพลังมาก แต่ละฉากตัดไวมาก ประเด็นต่างๆถาโถมเข้ามามากมาย จนเราทึ่งว่า เล่ามาเยอะขนาดนี้ หนังจะไปจบที่ตรงไหนกัน

ส่วนที่ชอบอีกอย่างคือมุมกล้อง หนังนำเสนอหลายฉากได้แปลกตา และน่าสนใจมาก คือบางมุมกล้องอาจจะเคยเห็นในหนังยุคนี้แล้ว …แต่คือหนังเรื่องนี้เกิดมาร่วม 20 ปีแล้ว มันทำให้เราทึ่งว่าวิธีคิด และนำเสนอหลายๆอย่าง น่าจะใหม่มากสำหรับยุคนั้น

และนั่นแหละครับ หนังเรื่องนี้เลยเป็นหนังที่ผมมองว่าเจ๋งมาก อาจจะเพราะผมไม่ได้รู้มาก่อนว่ามันจะจบยังไง หนังก็พาเราล่องไปกับมัน มีไคลแม็กซ์หลายจุดที่เราคิดว่าคงจะเป็นจุดไคลแม็กซ์หลักของหนัง แล้วขยี้ต่อไปยาวๆ กลับกลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ให้เราล่องไปกับมัน และพบกับบทสรุปของตัวละครหลักในตอนท้าย

ทั้งนี้…ส่วนนึงที่เรื่องนี้กลับมาอยู่ในความสนใจ ก็เพราะมีภาคต่อออกมาหลังภาคแรกร่วม 20 ปีนั่นเอง ถ้าผมมีโอกาสดูภาค 2 คงไม่พลาดที่จะกลับมารีวิวแน่นอนครับ

Loading...

Leave a Reply