โรงหนังสกาลาอีกตำนานที่กำลังจะปิดตัวลง

0

หมายเหตุ : บทความด้านล่างนี้เขียนขึ้นก่อนทางเพจ CU Property จะออกมาชี้แจงในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามนี้ครับ

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1824485780897502&id=528283793851047

โดยสรุปคือ ณ ขณะนี้ยังไม่มีแผนรื้อสกาลาทิ้งนะครับ ส่วนการเช่านั้นขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการอีกทีครับ


ช่วงนี้มีข่าวนึงที่น่าใจหายออกมา นั่นคือโรงหนังสกาลา และ ลิโด ในเครือ APEX กำลังจะปิดตัวลงในปี 2561 ที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ ซึ่งไม่นานเกินรอ ก็มีคนจำนวนไม่น้อยออกมาเรียกร้องให้อนุรักษ์อาคารแห่งนี้ไว้ตาม Social Network รวมถึงมีการตั้ง #SaveScala ใน Twitter เพื่อคัดค้านการปิดโรงหนังแห่งนี้

ทั้งเหตุผลเรื่องของการจัดเทศกาลหนังที่มีคุณค่า เหตุผลทางประวัติศาสตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่า และความเป็นเอกลักษณ์ของตึกในยุค 80

นอกจากนี้โรงหนังแห่งนี้ยังเป็นโรงหนัง Stand Alone แห่งสุดท้ายของกรุงเทพฯ อีกด้วย


ส่วนตัวแล้วทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นคุณค่าทางจิตใจ แต่ไม่ใช่ในมุมของธุรกิจเลย ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่าฝั่งนึงมองแต่เรื่องเงิน กับอีกฝั่งนึงที่ไม่มองว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องธุรกิจเลย (ก็เงินนั่นแหละ)

และบทความนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะดราม่ากับใครนะครับ แค่อยากแสดงความคิดเห็นบ้าง เพราะผมก็เป็นทั้งคนเขียนบทความในเพจหนัง และเพจธุรกิจ ซึ่งผมเองก็เคยไปใช้บริการโรงหนังสกาลาอยู่บ้างนะครับ แม้จะไม่บ่อยเท่าไหร่ก็ตาม

ในแง่ของตัวอาคาร

ผมเห็นด้วยว่า สกาลานั้นดูจากด้านนอกสวยงามจริง น่าอนุรักษ์ แต่ด้านในก็เก่ามากแล้วจริงๆ เก้าอี้นั่งแล้วเบาะทิ่ม ที่นั่งแคบ ไม่สบายเหมือนโรงหนังอื่นในย่านนั้น และโรงก็มีกลิ่นอับหน่อยๆ แม้จะไม่เท่าลิโด (ลิโดจะกลิ่นแรงกว่า) ตึกมีคุณค่า แต่คงต้องบูรณะสภาพภายใน ซึ่งด้วยตัวกิจการที่เป็นโรงหนัง แต่ดูหนังแล้วไม่สบายตัว ก็มีส่วนให้เสียลูกค้าไปพอสมควรเช่นกัน

ในแง่ของงานเทศกาลหนังเก่าที่มีคุณค่า

ผมมองว่า ถ้ามีคนสนใจจริงๆ งานดีจริง งานเทศกาลหนังก็สามารถไปจัดที่อื่นได้ครับ แต่เท่าที่เห็นมันก็ไม่ค่อยมีคนทำใช่มั้ยครับ

คำตอบส่วนนึงคือมันอาจจะไม่ได้มีคนสนใจมากพอนั่นเอง คือผู้จัดจัดแล้วขาดทุน ซึ่งก็คงไม่ใช่บ่อยๆที่ผู้จัดจะอยากจัดแล้วขาดทุน ถ้ามีคุณค่ามากจะมีใครยอมระดมทุนเพื่อจัดฉายหนังสักเรื่องรึเปล่าล่ะครับ มันก็หายากอยู่ดีจริงมั้ยครับ?

ถ้าลองเปลี่ยนจากเงินนายทุนเป็นเงินเรา

หรือเอาแค่เป็นเงินภาษี บางครั้งเรายังรู้สึกไม่โอเคเลยรึเปล่าครับ?

กรณีเป็นเงินภาษีโดยให้เหตุผลว่าตึกควรอนุรักษ์ ก็อาจจะมีคำถามตามมาว่า ทำไมไม่เอาเงินภาษีไปทำอย่างอื่น เช่น โรงพยาบาลที่พี่ตูนเพิ่งวิ่งระดมทุนไป

ปกติพอหยิบมุมธุรกิจมาพูดก็คงมีคนบอกว่าหน้าเงิน สนแต่ตัวเลขและกำไร ไม่สนศิลปะ วัฒนธรรม แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่แค่นั้นครับ

ทุกวันนี้ที่โรงหนังสกาลายังเปิดอยู่ได้มีต้นทุนมากมาย ผมยังไม่พูดถึงเรื่องเงินอย่างค่าเช่าที่ หรือเอาที่ดินไปทำอย่างอื่นให้เกิดประโยชน์กว่านี้นะ เอาแค่ 2 ส่วนที่ชัดสุดก่อนเลย คือ พนักงานโรงหนัง กับ เจ้าของกิจการโรงหนัง

คนเหล่านี้เค้าก็ต้องกินต้องใช้ครับ ถ้ากิจการไม่ทำกำไรมากพอที่จะจ่ายค่าเช่า ค่าแรง เค้าจะอยู่ต่อได้อย่างไร? ถ้าอยู่ต่อไม่ได้ กลุ่มคนที่รักโรงหนังสกาลาจะเสียสละมาทำเองโดยที่ไม่ได้เงินไหม ก็คงไม่ใช่อีก ถูกไหมครับ

การจะบอกให้เจ้าของสถานที่ลดราคาให้สกาลาเพื่ออนุรักษ์ไว้

แล้วผู้เช่ารายอื่นบนที่ดินระแวกนั้นจะคิดเห็นอย่างไร?

ถ้าสกาลาได้อยู่ต่อ สามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ไหม?

ยังมีคนดูเยอะพอรึเปล่า?

จะเอาเงินที่ไหนมาบูรณะปรับปรุงอาคาร?

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวว่าจะปิดโรงหนังแห่งนี้ ซึ่งพอจะปิดทีก็ออกมาอนุรักษ์กัันที

ทุกวันนี้คนที่ออกมาต่อต้านการปิดสกาลา จะมีสักกี่คนที่ควักเงินตัวเอง อุดหนุนหนังในโรงหนังสกาล่าเป็นประจำบ้างครับ ตั๋วหนังใบละ 140 บาท อาจจะดูเหมือนไม่แพง เมื่อเอาไปเทียบกับราคาเต็มของโรงหนังอย่าง SF หรือ Major ที่บางโรงเริ่มต้นที่ 220 บาทแล้ว

ซึ่งเอาเข้าจริงถ้าเทียบกับส่วนลดจากการมีมือถือค่ายนั้นค่ายนี้ โรงหนังอย่าง SF หรือ Major ก็ยังมีโปรที่ลดราคาตั๋วหนังเหลือราวๆ 100 บาท หรือน้อยกว่านั้นอยู่ครับ เก้าอี้ก็ใหม่กว่า ระบบเสียงก็ดีกว่า ภาพก็คมชัดกว่า มีระบบออนไลน์อีกต่างหาก

ถ้าลองถามตัวเองดูว่า…

เวลาชวนเพื่อนหรือแฟนไปดูหนังที่สยาม

ปกติแล้วจะชวนไปที่สกาลา

หรือดูที่โรงหนังอื่นรอบๆสกาลา

เหตุผลที่ไม่เลือกสกาลาเป็นเพราะอะไร นั่นก็อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมสกาลาถึงต้องจากไปครับ

ผมเชื่อว่าคำตอบของบางคนที่ชอบสกาลามากๆ อาจจะเป็นว่า

เราอยากดูสกาลา เพราะเราชอบสกาลา

แต่คนที่ไปกับเรา ไม่ได้ชอบสกาลาเหมือนเรา

สุดท้ายเลยเลือกโรงอื่น

ใช่ไหมครับ?

ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าสกาลาจะได้เงินตอนที่เราไปดูคนเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีสักกี่ครั้งกันใน1ปี และจะเพียงพอต่อการต่ออายุสกาลาไหม?

โรงหนังสกาลาเอง ก็เป็นธุรกิจหนึ่งเหมือนกันครับ แม้จะเป็นที่น่าเสียดาย แต่เราก็คงไม่สามารถรักษาธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่มากพอจะหล่อเลี้ยงคนทำงาน และตอบโจทย์เศรษฐกิจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบนที่ดินแปลงนั้น

ทุกครั้งที่มีความเปลี่ยนแปลง ก็มักจะมีคนออกมาบอกให้อนุรักษ์สิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่ยอมจ่าย และปัญหานี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่จ่ายครั้งเดียวแล้วจบ

สมมติที่ดินแปลงนั้นมีคนยอมจ่ายค่าเช่าให้ แล้วใครจะมาบริหารกิจการโรงหนังต่อ เพราะทุกฟันเฟืองที่ทำให้เกิดโรงหนัง ไม่ได้มีแต่ค่าเช่า ค่าสถานที่ การจ่ายเงินไม่ใช่คำตอบเดียวที่ทำให้ธุรกิจที่น่าอนุรักษ์ยังคงอยู่ต่อไปได้ครับ มันต้องใช้แรงใจ และแรงคนด้วยเช่นกัน

และถ้าเราคิดจะเก็บสกาลาไว้ ลองมองดูธุรกิจนิตยสารที่ปิดกิจการกันในปีนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นดิฉัน หรือ คู่สร้างคู่สม ต่างก็เป็นตำนานของเมืองไทย ที่แม้เราจะไม่ได้สัมผัสในรูปของตัวอาคาร แต่ก็ต้องปิดตัวลงเช่นกัน

โลกนี้ทุกสิ่งล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

เป็นธรรมดาครับ

ตอนนี้เรายังสามารถใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปซึมซับบรรยากาศ และเก็บภาพความทรงจำของสกาลากันได้ครับ

อ้างอิง : คอหนังเศร้า “สกาลา-ลิโด” เตรียมปิดตัวปี 61

Loading...

Leave a Reply