รีวิว Venom: Let There Be Carnage

Venom: Let There Be Carnage

“เดินเรื่องกระชับกว่าภาคแรก เคมีเอ็ดดี้กับเวน่อมยังกวนกันไปมาเช่นเคย ชอบการวางคาแรกเตอร์ คลีตัส, คนรัก และคาร์เนจ”

Venom: Let There Be Carnage เป็นภาคต่อของ Venom ซึ่งภาคแรกทำออกมาได้เนิบนาบพอสมควร แต่สนุกหลังจากเอ็ดดี้กับเวน่อมรวมร่างกันแล้ว แต่ในขณะที่ภาคนี้ ทั้งสองได้รวมร่างกันอยู่ก่อนแล้ว ก็ถือว่าออกมาสานต่อความโบ๊ะบ๊ะได้ดี แต่ก็มีความดราม่าระหว่างทั้งสองอยู่ไม่น้อย ซึ่งเส้นเรื่องทั้งหมดในภาคนี้ เหมือนจะปูทางสู่การต่อสู้กันระหว่าง เวน่อมและคาร์เนจเลย

ซึ่งหนังอย่าง Venom: Let There Be Carnage ก็ต้องขายแบบนี้แหละ ขอฉากสู้กันเยอะ ๆ ซัดกันรัว ๆ หนังก็เลยประเคนฉากแอคชั่น และซีจีมาแบบจัดเต็ม แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามุมกล้องบางช่วงก็งง ๆ อยู่เหมือนกัน แต่โดยรวมก็คือโอเคนะ แม้ว่าจะดรอปกว่าภาคแรกพอสมควร ในแง่จุดที่พีค พีคไม่เท่าภาคแรก แต่ภาคนี้ก็มีข้อดีคือไม่ยืดยาดแบบภาคแรก โดยเฉพาะปมของตัวร้ายหลักอย่างคลีตัสและคนรักเป็นส่วนที่ผมคิดว่าวางคาแรกเตอร์ และความสามารถมาดี ดูมีจุดขัดแย้งในตัวเองครับ

โดยสรุป Venom: Let There Be Carnage เป็นหนังที่โอเค ดูเพลิน เหมาะกับคอหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงตามทุกเรื่องอยู่แล้ว จุดที่พีคที่สุดของหนังเรื่องนี้ คงเป็นฉากท้ายเครดิต โดยหนังมีฉากท้ายเครดิตแค่ 1 ตัว ก่อนขึ้นจอดำตัวหนังสือวิ่ง ๆ (หลังจากตัวหนังสือวิ่ง ไม่มีแล้ว) แต่ในฉากท้ายเครดิตนี้กลับทิ้งปมน่าสนใจไว้มากกว่า 1 ประเด็น ซึ่งสำหรับแฟนหนังฮีโร่อย่างผมแล้ว ก็อดตื่นเต้นไม่ได้สำหรับหนังเรื่องต่อ ๆ ไปที่น่าจะนำประเด็นเหล่านี้มาสานต่อครับ

Loading...

Leave a Reply