รีวิว The Umbrella Academy ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

0
ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่

“เจาะลึกดราม่าในครอบครัวฮีโร่ เดินเรื่องเอื่อย ไม่เน้นฉากแอคชั่น”

เป็นซีรีส์อีกเรื่องของ Netflix ที่เดินเรื่องอืดมากกกกกกกกกก (ก.ไก่ ร้อยตัว) หนังเปิดเรื่องมาน่าสนใจสุดๆ แม้เราจะพอรู้ เรื่องย่อของ The Umbrella Academy เคร่าๆก่อนแล้ว แต่ฉากเปิดตัวของ Episode แรก และความน่าสงสัยของการกระทำของตัวละครก็ยังทำให้เราตามติดไปจนจบ EP.1 พร้อมตั้งคำถามกับตัวเองว่า…นี่คือเพิ่งเริ่มเรื่องเหรอ (ฮา) คือมันช้ามาก และยังรู้สึกว่าเป็นการเกริ่นที่ยาวนาน นานจนแบบ…เอ้า นี่ไม่ได้จะสู้กันเหรอ

ยังไงก็ตามเราก็ยังตามต่อไปเรื่อยๆ จนเริ่มเข้าใจว่า ซีรีส์ชุดนี้ไม่ได้ขายฉากบู๊ ใช้พลังพิเศษสู้กันแต่อย่างใด แต่กลับเป็นซีรีส์ที่พาเราไปสำรวจจิตใจของตัวละครใน The Umbrella Academy ที่มีพ่อสุดแปลก ปั้นให้ลูกเป็นฮีโร่ พร้อมกับสร้างปมในใจของลูกๆขึ้นมา

ซึ่งถามว่ามันน่าสนใจมั้ย ก็น่าสนใจ มีประเด็นที่ดีหลายๆประเด็น ซึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเราเหมือนกันว่า ถ้าเรามีพลังพิเศษ หรือ มีคนภายใต้ความควบคุมมีพลังพิเศษ เราจะทำเหมือนตัวละครในเรื่องมั้ย แต่ในขณะเดียวกัน นี่เป็นซีรีส์ที่เดินเรื่องช้ามากจริงๆ (ขอย้ำเป็นรอบที่สอง) ทำให้ความดราม่าที่เดินเรื่องช้าอยู่แล้ว ยิ่งดูน่าเบื่อเข้าไปอีก

ณ จุดนี้ผมเลยคิดว่าความชอบในซีรีส์ชุดนี้อาจจะแล้วแต่คนเลยครับ คือ ผมเชื่อว่าจะมีคนชอบซีรีส์ชุดนี้แน่นอนนะ เพราะมันดราม่าแบบดาร์คๆ และเก็บรายละเอียดในแง่ความรู้สึกตัวละครค่อนข้างดี คือแทบทุกตัวมีคาแรกเตอร์และปมเป็นของตัวเอง บางฉากนี่ก็ไปสุดทางในแบบตัวละครนั้นๆอยู่เหมือนกัน (คือมีความเพี้ยนปนอยู่ด้วยสำหรับบางตัวละคร)

ยังไงก็ตามด้วยความที่ผมทนกับความช้าไม่ไหว และอยากรู้ว่าสุดท้ายซีรีส์จะไปจบที่ตรงไหน ผมเลย SKIP เนื้อหาบางส่วน (อีกแล้ว…ขออภัยที่นิสัยไม่ดี) แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผมคิดว่าผมคงหยุดดูไปตั้งแต่ EP. 6 เพราะทนกับความเอื่อยของมันไม่ไหว ทั้งๆที่ซีรีส์ชุดนี้โปรยปริศนาชิ้นใหญ่ๆตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่มีรางวัลในการไขปริศนาเลย มีแต่ทิ้งปริศนาเพิ่มขึ้น (มีเฉลยบ้าง แต่เทียบกับจุดที่สงสัยหนักๆแล้ว ยังถือว่าน้อย)

โดยสรุป คิดว่าเป็นซีรีส์เรื่องนึงที่ทำออกมาได้ฉีก และแตกต่างจากซีรีส์ฮีโร่ดี ส่วนตัวคิดว่าคอหนังฮีโร่ทั่วไป อาจจะไม่ได้ชอบเรื่องนี้ทุกคน เพราะจริงๆแล้วหนังมันคือหนังดราม่า ที่มีตัวละครหลักๆมีพลังพิเศษมากกว่า (ผมเฉยๆนะ กับเรื่องนี้ ไม่ได้ถึงกับชอบ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเกลียด) โทนเรื่องจะคล้ายๆกับ HEROES สมัยเปิดตัว Season แรก คือ เปิดตัวมาด้วยการเล่นใหญ่ ทิ้งปริศนาตูมเบ้อเร่อให้คนดู แล้วค่อยไปเฉลยช่วงท้าย Season (แต่เรื่องนี้ไม่ได้แอคชั่นแบบ HEROES เลย ถ้าเทียบแล้ว GLASS ที่ไปทางจิตวิทยา เน้นคุยๆกันยังจะดูคล้ายกว่าครับ

Loading...

Leave a Reply