รีวิว Terminator: Dark Fate

0
Terminator: Dark Fate ฅนเหล็ก: วิกฤตชะตาโลก

“ฉากเปิดเรื่องดีมาก แอคชั่นชวนลุ้น ดูเอามัน สานต่อตำนานของ Sarah Connor ให้หายคิดถึง”

Terminator: Dark Fate เป็นหนังภาคต่อจาก Terminator 2: Judgement Day ที่ออกฉายเมื่อปี 1991 โดยละทิ้งการสานต่อจากภาค 3 (Rise of the Machines), 4 (Salvation) และ 5 (Genisys) ไปทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็นการกลับมาอยู่ภายใต้ร่มเงาของ James Cameron อีกครั้ง แม้คราวนี้จะไม่ได้กำกับเอง แต่ก็ร่วมเขียนบทและคุมงานสร้างให้

หนังเปิดเรื่องมาด้วยการสานต่อเรื่องราวในภาค 2 และทำได้ดีมาก เรียกว่าลบภาพจำอะไรที่เล่าๆไว้ใน 3 ภาค ล่าสุดไปเลย และหนังก็พร้อมที่จะเปิดจักรวาลฅนเหล็กใหม่จริงๆ แต่เมื่อดูไปสักพัก เรากลับพบว่าเราคาดหวังมันมากไปนิด คือถ้าถามว่าสนุกมั้ย ก็ยังสนุกอยู่ ลุ้นอยู่ ภาพรวมคือดีเลยแหละ

แต่มันก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลาที่ดู เพราะถ้าถามว่าขาดอะไรไป…ผมรู้สึกว่าหนังมันไม่ได้ขาดด้วยตัวมันเอง แต่พลอตเรื่องของฅนเหล็กมันช้ำแล้ว เหตุการณ์ต่อจากภาค 2 ถูกเล่าออกมาในหลายรูปแบบในภาค 3, 4, 5 และคนที่มาทำต่อก็จินตนาการความล้ำของหุ่นสังหารไว้หลายรูปแบบ ทำให้เรารู้สึกว่ามันเทียบเคียงและเกิดการเปรียบเทียบการหยิบยืม หรือมีความคล้ายกันในบางประเด็นพอสมควร โดยเฉพาะไอเดียความสามารถของหุ่นสังหารรุ่นใหม่อย่าง Rev-9 ที่ยังเหมือนเอาตัวร้ายจาก 2 ภาคแรก มาผสมกันเท่านั้นเอง

แม้ในภาพรวมจะออกมาดี ทำให้เราหายคิดถึง และรู้สึกว่าภาคต่อของ Judgement Day ควรจะออกมาหน้าตาประมาณนี้นานแล้ว แต่เราก็คิดว่าความเป็น Sci-Fi ในภาคก่อน ๆ ยังดูว้าวกว่าในตอนที่ออกฉาย ภาคนี้จริงๆไม่ได้น้อยหน้าในแง่ความสนุก แต่จะออกแนวแอคชั่น สานต่อตำนานของ Sarah Connor และชะตากรรมของเธอที่ยึดโยงกับหุ่นสังหารมากกว่า นอกจากนี้หนังยังโชว์พลังความเป็นหญิงแกร่งค่อนข้างมาก เพราะตัวละครหลัก เป็นผู้หญิงแทบจะทั้งหมดเลย

โดยรวมใครเป็นแฟนหนังฅนเหล็ก โตมากับฅนเหล็กแบบผม ภาคนี้ก็สนุก ตามสไตล์หนังแนวนี้ แต่ถ้าคาดหวังไว้สูงลิบลิ่วว่าจะมีความแปลกใหม่สุด ๆ ในโลกฅนเหล็กของ James Cameron ก็อาจจะผิดหวังได้ เพราะหนังภาคนี้เหมือนมีไว้ เพื่อเชื่อมโยงตัวละคร และสานต่อเรื่องราวบนโลกหลังจากภาค Judgement Day ครับ

Loading...

Leave a Reply