รีวิว PAIN AND GLORY

0
PAIN AND GLORY แด่หนัง ชีวิต และความเจ็บปวด

“นี่คือหนังที่บอกเล่าชีวิตที่เจ็บปวด หมดไฟ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง”

PAIN AND GLORY เป็นหนังที่ผมขอออกตัวก่อนเลยว่ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับหนังน้อยมากๆ รู้แค่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 2 รางวัล คือภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม กับนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แต่ไม่ได้รางวัล เพราะไปแพ้ให้กับ Parasite และ Joker ตามลำดับ) ส่วนเรื่องย่อก็เล่าแบบตรงไปตรงมา ซึ่งผมก็ยังไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก แต่นั่นคือหนทางที่ผมอยากแนะนำครับ คือ ถ้าอยากดูหนังเรื่องนี้ ให้ไปดูเลย แล้วค่อย ๆ ซึมซับกับประเด็นในหนัง

หนังเดินเรื่องช่วงแรกได้เรื่อยเปื่อยมาก คือ ไคลแม็กซ์อยู่ไหน จุดพลิกผันอยู่ไหน ไม่เห็นมีอะไรเลย เล่าเรื่องกระจัดกระจายระหว่างวัยเด็ก กับวัยชราได้แบบไม่รู้จะเชื่อมโยงกันยังไงเลย แม้จะมีฉากให้ตลกได้บ้าง หรือ ดูน่าค้นหาบ้าง แต่ก็ถือว่าหนังมันปูพื้นไปเยอะมาก จนเราไม่รู้ว่านี่เล่าของจริงที่หนังอยากเล่าหรือยัง หรือ ยังปูพื้นอยู่

แต่พอครึ่งหลังที่เรื่องราวค่อย ๆ มาบรรจบ และถูกร้อยเรียงต่อเนื่องกัน จนเราเห็นภาพรวมของชีวิตพระเอกแล้ว หนังมันทำให้เราเข้าใจการกระทำหลาย ๆ อย่าง ของพระเอกมากขึ้น และนั่นทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตของพระเอกเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ บางอย่างที่ดูเหมือนปูพื้น จริง ๆ แล้วอาจจะเล่าแล้ว แต่เรายังไม่ทันจะเข้าใจพระเอกเท่านั้นเอง ทำให้ความรู้สึกในช่วงครึ่งหลัง กราฟความชอบหนังเรื่องนี้พุ่งทะยานมาก และทำให้เรารู้สึกว่า Antonio Banderas ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ

โดยรวมแล้ว นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นหนังดีนะ แต่คิดว่ามันอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะมันไม่ใช่หนังสายบันเทิงเท่าไหร่ มันเหมือนการเล่าชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ที่ผ่านอะไรมาเยอะ เจ็บมาเยอะ หมดไฟแล้ว และอาจจะกำลังหาแรงผลักดันอะไรบางอย่างเพื่อใช้ชีวิตต่อไป ถ้าใครชอบหนังดราม่าเข้มข้น แบบค่อย ๆ เล่าเรื่อง หนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีแบบที่หนังตั้งใจจะเล่าเลยล่ะครับ

Loading...

Leave a Reply