เตรียมพบกับภาพยนตร์จากปริศนาคดีฆาตกรรมที่ยังไม่คลี่คลายของ ตำนานแร็ปเปอร์ ทูพัค

0

โมโนฟิล์ม พาคุณร่วมไขคดีปริศนาฆาตกรรมที่ทำให้ วันศุกร์ 13 กลายเป็นฝันร้ายของแร็ปเปอร์แทบทั้งโลก วันปิดตำนานศิลปินเพลงแร็ป “ทูพัค ชาเคอร์” ที่ถูกกระหน่ำยิง หลังนั่งรถออกมาจากสังเวียนเดือดของ ไมค์ ไทสัน เมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน 1996 ทูพัค และเสียชีวิตลงในอีก 6 วันถัดมา (วันที่ 13 กันยายน 1996) โดยปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ได้

ทูพัค อมารู ชาเคอร์ เป็นนักร้องเพลงแร็ปชาวอเมริกัน ที่ส่อแววมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน กระทั่งได้ตั้งวงดนตรีของโรงเรียนในปี 1979 และได้เข้าไปอยู่ในสังกัด Atron Gregory ซึ่งในขณะนั้นมีศิลปินฮิปฮอปอัลเทอร์เนทีฟอย่าง Digital Underground ที่เป็นที่รู้จัก ในสมัยแรกๆ ที่ทูพัคเข้ามาในสังกัด เขาทำทุกหน้าที่ในวงตั้งแต่การยกของและแดนเซอร์ กระทั่งมีโอกาสได้ร่วมแจมในเพลง Same Song ของวง Digital Underground นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อทูพัค เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และในเดือนพฤศจิกายน ปี 1991 ทูพัคก็ได้ออกอัลบั้มแรกของตัวเอง โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า 2PACALYPSE NOW ซึ่งเป็นอัลบั้มใต้ดินที่ได้รับเสียงวิจารณ์ดีมาก  และยังเป็นอัลบั้มแห่งแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คนไม่เว้นแม้แต่ “เอมิเน็ม”

ครั้งหนึ่ง ทูพัค เคยต้องโทษคดีล่วงละเมิดหญิงสาววัย 19 เขาต้องจำคุกนานเกือบปี ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าของ Dead Roll Record ที่วิ่งเต้นช่วยเหลือทูพัค แลกกับการทำอัลบั้มให้กับค่าย โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ทูพัคเคยถูกยิงปางตายมาก่อน ในความคิดของเขามองว่าเป็นฝีมือของ บิ๊กกี้ สมอลล์ นักร้องเพลงแร็ปฝั่งตะวันออก ซึ่งเคยเป็นเพื่อนรักของเขา ทูพัคเป็นนักร้องเพลงแร็ปจากฝั่งตะวันตก เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งสองฝั่งผิดใจกัน นำไปสู่สงครามระหว่างแร็ปเปอร์ขึ้น (อีสต์โคสต์เวสต์โคสต์) ทั้งสองฝั่งเกิดความขัดแย้งกันมากขึ้นๆ กระทั่งในปี 1996 ทูพัค ชาเคอร์ ถูกยิงเสียชีวิตตามที่กล่าวมา

คดีการสังหารนักร้องแร็ปเปอร์ยังคงเป็นปริศนา ขณะเดียวกัน คดีนี้ทำให้วงการตำรวจแอลเอ LAPD ตื่นตัว คิดจะล้มล้างอำนาจมืดให้หมดสิ้น แต่กลับทำให้มีคนถูกกำจัดคนแล้วคนเล่า กระทั่งคดีนี้ถูกรื้อมาปัดฝุ่นอีกครั้ง และครั้งนี้จะสามารถคลี่คลายปมสังหารและจับตัวฆาตกรได้หรือไม่ ร่วมพิสูจน์ความจริงได้ใน City of Lies ทูพัค บิ๊กกี้ คดีไม่เงียบ เร็วๆ นี้ 

Loading...

Leave a Reply