มุมมอง ชีวิต เป้าหมาย และความจริง จาก Demon Slayer, Soul และ Wonder Woman 1984

Demon Slayer-Soul-Wonder Woman 1984

คำเตือน: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญ (Spoil) ของหนัง 3 เรื่อง ได้แก่ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train, Soul และ Wonder Woman 1984 ใครยังไม่ได้รับชม สามารถอ่านรีวิวแบบไม่เปิดเผยเนื้อหาของหนังได้โดยการคลิกที่ชื่อหนังนะครับ

ในปี 2020 นี้ เป็นปีที่น่าจะถือว่าเลวร้ายที่สุดของหลาย ๆ คน และในวงการหนังเอง ก็คงต้องถือว่าเป็นปีที่มีหนังเข้าฉายน้อยกว่าปีก่อน ๆ เพราะด้วยสถานการณ์ที่ไม่เอื้อกับการให้หนังเข้าฉายในโรงสักเท่าไหร่ แต่ในเดือนธันวาคมปี 2020 เดือนเดียว มีหนังอยู่ 3 เรื่องที่เข้าฉายในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วมีประเด็นที่สอดคล้องกันอย่างน่าสนใจ ผมจึงนำมาเขียนรวมไว้ในบทความนี้ครับ นี่คือ บทวิเคราะห์ของ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train, Soul และ Wonder Woman 1984 ครับ

Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train กับมุมมองที่พูดถึงชีวิต

ในฉากการต่อสู้ระหว่าง เสาหลักเพลิง เร็นโกคุ เคียวจูโร่ กับ อสูรข้างขึ้นที่ 3 อาคาสะ บทสนทนาระหว่างตัวละครทั้งสองมีความน่าสนใจมาก เมื่อ อาคาสะ พยายามเชื้อเชิญให้คนที่เก่งกาจอย่าง เคียวจูโร่ มาเป็นอสูรเหมือนตน เพื่อที่จะได้ฝึกตน ขัดเกลาความเก่งกาจยิ่ง ๆ ขึ้นไป และมีความเป็นอมตะ ซึ่งด้วยอายุขัยของมนุษย์นั้นไม่สามารถทำได้ เพียงแค่เคียวจูโร่แก่ชราลง ความคล่องแคล่วว่องไวก็ลดลงแล้ว ขณะที่อาคาสะแม้จะถูกดาบฟันไปหลายแผล ก็ยังสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

Upper-Moon-3-Akaza
อสูรข้างขึ้นที่ 3 อาคาสะ

เคียวจูโร่ กลับยืนยันว่าตนต้องการจะเป็นมนุษย์ ที่ยังมีหัวใจ ใช้ชีวิตในฐานะผู้เข้มแข็งที่ปกป้องผู้อื่น ไม่ใช่ค่อยไล่เข่นฆ่าผู้อ่อนแอเยี่ยงอสูร นั่นคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขามีความหมาย อยู่อย่างคน ตายอย่างคน ไม่ละทิ้งความเป็นคนเพียงเพื่อพละกำลัง อำนาจ และความเป็นอมตะ ในขณะที่อาคาสะเองแม้จะเป็นอสูรผู้เป็นอมตะแล้วนั้น ท้ายที่สุดก็ยังต้องหลบหนีให้กับแสงอาทิตย์อยู่ดี

Kyojuro-Rengoku
เสาหลักเพลิง เร็นโกคุ เคียวจูโร่

แม้ในการ์ตูนจะพูดถึงว่าปีศาจหวาดกลัวแสงสว่าง แต่ถ้าเปรียบแล้วก็เหมือนคนชั่วผู้ละทิ้งหัวใจ แม้จะมีพลัง อำนาจ เข่นฆ่าคนได้แค่ไหน ก็ยังกลัวแสงแดดแผดเผา ไม่ต่างกับคนชั่วที่ต้องหลบซ่อน ปิดบังความจริงอยู่ในเงามืด แม้ภายใต้ความมืดมิดจะเหนือกว่าเสาหลักเพลิงอย่าง เคียวจูโร่ มากแค่ไหน แต่เมื่อถึงยามเช้าที่แสงอาทิตย์สาดส่อง และเงามืดกำลังจะหายไป อาคาสะ กลับทำได้เพียงวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ไม่กล้ายืนสู้หน้า ทันจิโร่ ซึ่งเป็นเพียงนักดาบตัวเล็ก ๆ ด้วยซ้ำไป

Tanjiro-Kamado
ทันจิโร่

ชีวิตที่ละทิ้งคุณธรรมในหัวใจ แม้จะมีอำนาจล้นฟ้าเพียงไหน ก็ไม่อาจยืนหยัดสู้กับความถูกต้องได้อย่างเต็มภาคภูมิ ดังเช่นที่ เคียวจูโร่ ยอมสละชีพเพื่อปกป้องผู้อื่น แม้จะเสียชีวิต แต่ก็ถือว่าเขาได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง และบรรลุภารกิจ โดยนอกจากเขาแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิตอื่นแม้แต่คนเดียว

Soul กับมุมมองที่พูดถึงเป้าหมาย

Joe Gardner นักดนตรีผู้ไขว่คว้าโอกาสในการขึ้นแสดงดนตรีแจ๊สมาชั่วชีวิต จวบจนถึงวัยกลางคนเข้าไปแล้ว ก็ดูจะยังไม่มีงานและการประสบความสำเร็จที่เป็นชิ้นเป็นอันใด ๆ แต่อาชีพครูสอนดนตรีที่เขาทำอยู่ กำลังจะเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นครูประจำโรงเรียน ซึ่งนั่นไม่ใช่ความหลงใหลและใฝ่ฝันของเขา ถึงแม้จะมีบางช่วงที่มีความสุข เช่น การสอนเด็ก ๆ แต่ความดีใจที่สุดของเขาคือ วันที่เขาได้รับโอกาสไปเล่นดนตรีให้กับนักดนตรีชื่อดังอย่าง Dorothea Williams ต่างหาก

Joe-Gardner
Joe Gardner

ซึ่งหนังเรื่อง Soul ก็ได้พา Joe ไปตะลุยโลกวิญญาณ และได้พบกับ 22 ซึ่งในท้ายที่สุดเขาก็ดิ้นรนกลับมาเล่นดนตรีให้กับ Dorothea Williams แต่ความรู้สึกเมื่อเล่นจบแล้วมันกลับไม่ใช่อย่างที่เขาเคยฝันไว้ จิตวิญญาณของเขา เป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ของเขา มันเป็นเพียงการเล่นดนตรีแจ๊สในฐานะศิลปินจริง ๆ หรือ หลังจบการแสดงมันกลับกลายเป็นวันธรรมดา ๆ ที่ดูไม่ต่างจากวันทั่ว ๆ ไป แม้ว่าเขาจะเล่นได้ดีมากก็ตาม

Dorothea Williams ได้เล่าเรื่องของปลาให้ Joe ฟังว่า

“ปลาหนุ่มที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล บอกกับปลาแก่ว่าเขาต้องการจะไปมหาสมุทร แต่ปลาแก่กลับบอกเขาว่า นั่นคือที่ ๆ ปลาหนุ่มกำลังว่ายน้ำอยู่นั่นแหละ ซึ่งปลาหนุ่มจึงตอบกลับไปว่า ที่นี่มันแค่ทะเล แต่เขาต้องการไปมหาสมุทร”

แม้ปลาแก่จะบอกแบบนั้น แต่ผมเชื่อว่าปลาที่ไม่เคยเห็นมหาสมุทร ย่อมรู้สึกว่ามันแตกต่าง แม้จะว่ายเหมือนกัน แต่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ ของปลาในทะเล คือการได้ออกสู่น่านน้ำที่ใหญ่กว่าอย่างมหาสมุทร

Dorothea-Williams
Dorothea Williams

เช่นเดียวกันกับมนุษย์เรา เรามักจะอยากได้ อยากมี ในสิ่งที่เรายังไม่มี ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเป้าหมายที่ขับเคลื่อนเรา หรือ วัตถุประสงค์แห่งการดำรงอยู่ของเรา จนหลายครั้งเราอาจจะลืมนึกถึงสิ่งที่เรามีอยู่ไปเสียสิ้น นั่นทำให้ Joe ต่างกับ 22 แม้จะใช้ร่างเดียวกัน 22 มีความสนุก ตื่นเต้น ไปกับการได้กินพิซซ่า ได้เห็นและสัมผัสใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือ แต่ Joe ซึ่งสัมผัสสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอด ไม่ทันได้สังเกตเห็น และมีความสุขไปเท่ากับ 22

Joe-and-22
Joe และ 22

ชีวิตของเรายังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าเราจะมีเป้าหมายในชีวิตหรือไม่ก็ตาม เหมือนปลาที่ว่ายทวนน้ำอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะว่ายในทะเล หรือ มหาสมุทรก็ตาม จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะมีความสุขกับทุกห้วงเวลาของชีวิตของเราด้วยการสัมผัสทุกความรู้สึกดีที่ได้รับในแต่ละวัน สังเกตความสุขจากการว่ายน้ำของเรา ไม่ใช่จดจ้องแต่กับมหาสมุทรที่เรายังไม่รู้ว่าจะไปถึงหรือไม่ และแม้จะไปถึงสิ่งที่ยังต้องทำที่มหาสมุทรก็คือการว่ายน้ำอยู่ดี สุดท้ายแล้วเราก็ยังเหมือนปลา ที่ต่างก็ยังว่ายน้ำอยู่บนสายธารแห่งชีวิต จนกว่าลมหายใจจะขาดห้วงไป

Wonder Woman 1984 กับมุมมองที่พูดถึงความจริง

Diana Prince หรือ Wonder Woman เป็นฮีโร่หญิงที่เพียบพร้อมมาก ทั้งสวย มีเสน่ห์ และพลังพิเศษ แต่นั่นไม่ได้เติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของ Diana เลย ลึก ๆ แล้วเธอยังอยากใช้ชีวิตกับ Steve Trevor ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ความปรารถนาในใจของเธอได้ถูก Dream Stone เติมเต็มจากการเนรมิตให้ชายคนหนึ่งกลายเป็น Steve Trevor และมาพบกับ Diana แม้จะดูเหมือนเป็นความอยากที่ดี และเมื่อสมหวังก็ดูดี ที่เธอได้อยู่กับคนที่เธอรัก แต่สิ่งที่เธอต้องแลกไปคือพลังพิเศษของเธอ ทำให้เธออ่อนแอลง และไม่อาจทำหน้าที่ฮีโร่ได้โดยง่าย ไปจนถึงขั้นที่แพ้ให้กับการต่อสู้กับ Barbara Ann Minerva หรือที่ภายหลังกลายร่างเป็น Cheetah นั่นเอง

Diana-Prince-and-Steve-Trevor
Diana Prince และ Steve Trevor

นั่นคือราคาของคำโกหกที่ Diana ต้องจ่าย มนุษย์เมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ไม่อาจฟื้นคืนได้อีก นั่นเป็นความจริงและสัจธรรมของโลกใบนี้ การแลกเปลี่ยนของ Diana เพื่อให้ Steve กลับมา ต้องแลกด้วยสิ่งมีค่าที่สุดที่เธอมี เช่นเดียวกันกับ Barbara ที่ได้ความสวย มีเสน่ห์ และพลังพิเศษ แบบเดียวกับ Diana ตามที่เธอขอ แต่จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ของเธอเหมือนจะหายไป เธอไม่มีความสดใสเป็นกันเอง ซ้ำยังดุร้ายและเกรี้ยวกราดมากขึ้น ทำให้ภายหลังเธออยากกลายเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร ได้ความแข็งแกร่ง และเป็นผู้ล่าสูงสุดอย่าง Cheetah ตามที่เธอได้ร้องจาก Maxwell Lord ซึ่งสิ่งที่เธอต้องแลกก็คือความเป็นมนุษย์ของเธอเอง

Barbara Ann Minerva - Cheetah
Barbara Ann Minerva หรือ Cheetah

สิ่งที่เกิดกับ Barbara ทับซ้อนกับข้อเสนอของ อสูรข้างขึ้นที่ 3 อาคาสะ ที่เสนอให้ เคียวจูโร่ พอดิบพอดี เธอจึงได้กลายเป็นผู้ล่าสูงสุด แข็งแกร่งและทรงพลังตามที่เธอร้องขอ แต่เธอไม่เหลือความเป็นมนุษย์ทั้งร่างกายและจิตใจอยู่เลย นั่นคือราคาที่เธอต้องจ่าย เช่นเดียวกับการเป็นอสูร

ในขณะที่ Maxwell Lord ซึ่งร้องขอการเป็น Dream Stone เองนั้น แม้จะเป็นคำขอที่ดูฉลาดที่สุด เพราะยังสามารถช่วงชิงและแลกเปลี่ยนสิ่งอื่น ๆ ที่ผู้คนมีได้ แต่ก็ทำให้ Maxwell Lord สนใจแต่การช่วงชิงของมีค่าที่ทุกคนมี แลกกับการให้บันดาลให้ความปรารถนาของผู้คนเป็นจริง ซึ่งได้ส่งผลให้ Maxwell Lord สูญเสียความห่วงหาอาทรที่มีต่อลูกชายของตนเองไป ส่วนตัวแล้วผมมองว่า Maxwell Lord ยังรักลูกอยู่ แต่การจัดลำดับความสำคัญให้ลูก ขณะที่เป็น Dream Stone ตามที่ตนปรารถนา อยู่ลำดับต่ำกว่าการช่วงชิงสิ่งของที่ผู้คนมีให้ได้มากที่สุด

Maxwell-Lord
Maxwell Lord

Dream Stone นั้นจะไม่มีความร้ายกาจเลยถ้ามนุษย์ยึดถือในความจริงตามที่เป็นอยู่ แต่มนุษย์ยังคงความอยากได้อยากมีโดยไม่รู้ว่าตัวเอง มีอะไรอยู่ และกำลังจะเสียอะไรไป ซึ่งก็คล้ายกันกับที่ Joe Gardner อยากเป็นนักดนตรีอาชีพ แต่ลืมไปว่าเขายังสามารถมีความสุขกับทุกขณะที่ตนเองสามารถเล่นดนตรีได้อยู่ เพราะเขายังมีชีวิตอยู่ และถ้าเขาเป็นนักดนตรีแต่แรกเขาอาจจะไม่ได้เจอ Connie ลูกศิษย์ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี ก็เป็นได้

นอกจากนี้ความปรารถนาของมนุษย์ที่ Dream Stone ดลบันดาลให้เป็นจริง ยังคล้ายกับความฝันที่ อสูรข้างแรมที่ 1 เอนมุ ได้ทำให้ความต้องการของทุกคนบนรถไฟกลายเป็นจริงในโลกแห่งความฝัน ก่อนจะต้องถูกเอนมุกินเป็นอาหาร แม้จะรู้ว่าต้องตาย แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะยอมตายอยู่ในฝันที่มีความสุข เพราะความเป็นจริงมันอาจจะโหดร้ายเกินรับได้

Lower-Moon-1-Enmu
อสูรข้างแรมที่ 1 เอนมุ

ทั้งหมดนี้ก็อาจจะเป็นที่ความยึดติดของมนุษย์ นอกจากจิตวิญญาณของเราจะยึดติดกับเป้าหมายที่เป็นความอยากได้อยากมีแล้ว ก็ยังยึดติดกับของที่เคยได้เคยมีด้วย ทำให้บางครั้งอาจจะพลั้งพลาดไป อย่างการทำร้ายคนดี ๆ เช่นเดียวกับคนที่โดน เอนมุ หลอกใช้ เพียงเพื่อจะได้กลับเข้าสู่โลกแห่งความฝันอันโกหกหลอกลวง และคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือ เอนมุ เช่นเดียวกับที่ Dream Stone ได้ทำให้ทุกอารยธรรมก่อนหน้าล่มสลาย ตามที่ เทพเจ้าแห่งการทรยศหักหลังและความชั่วร้าย ผู้สร้าง Dream Stone ต้องการ

สรุป

จากหนังทั้งสามเรื่อง อาจจะพูดได้ว่า…

“ความสุขของคนเราสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่จำเป็นละทิ้งคุณธรรม หรือสิ่งสำคัญในชีวิตเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมาย เป้าหมายที่เราก็ไม่รู้ว่าเมื่อเราไปถึงแล้วเราจะทำให้เรามีความสุขได้จริง อย่างที่ต้องการหรือเปล่า บางทีเราอาจจะพบว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว มีค่ายิ่งกว่าสิ่งที่เราจะต้องนำไปแลกเพื่อให้ได้เป้าหมายที่สุดท้ายแล้วเราอาจจะไม่ได้ต้องการมา”

Loading...

Leave a Reply