บทวิเคราะห์ รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน

0
บทวิเคราะห์ รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน

คำเตือน: มีสปอยล์เนื้อหาในหนังนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู สามารถคลิกเพื่ออ่าน รีวิว รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน แบบไม่สปอยล์ได้เลยครับ

1.บริษัทจัดหาคู่ VS ประกันที่หากินการเลิกราของคู่รัก

จี๊ดบอกว่าแทนหากินกับความรักของคนอื่น แต่จริงๆแล้วตัวของจี๊ดเองก็หากินกับความรักของคนอื่นเหมือนกัน ในมุมของแทนที่หนังนำเสนอ ถ้าคนเลิกกันจะบริษัทจะได้กำไร แต่ของจี๊ด ถ้าคนรักกัน ก็จะได้เงินจากการจัดหาคู่ แม้จะเป็นสองอาชีพที่ต่างกันสุดขั้ว แต่ก็ดันเหมือนกันตรงที่ได้เงินจากความสัมพันธ์ของคู่รักอื่นๆ

ความขัดแย้งกันของแทนและจี๊ดหนักข้อขึ้นเมื่อ จี๊ดพลาดในการตรวจสอบประวัติของคู่รักรายหนึ่ง และจับพลัดจับผลู ถูกส่งมาทำงานเป็นลูกน้องของแทน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่บอกว่าแทนกินส่วนต่าง หากินกับความรักนั้น ก็เป็นเงินเดือนของพนักงานทุกคน และตัวจี๊ดเองนั่นแหละ

ยังไงก็ตามจี๊ดก็ยังคงเป็นจี๊ด ที่พยายามบอกให้คู่รักทุกคู่ไม่เลิกรากัน แม้ว่าจะดูขัดแย้งกับผลกำไรของบริษัท และสวนทางกับแทนซึ่งเป็นหัวหน้า แต่ฉากที่จี๊ดบอกให้ป้าโบท็อกซ์ยกเลิกกรมธรรม์ เพราะป้าน่าจะถูกหลอกจริงๆ ก็ทำให้เห็นว่าจี๊ดเองก็ไม่ได้โลกสวยขนาดที่จะให้ทุกคู่อยู่รักกันยืนยง ถ้าความสัมพันธ์นั้นมีแนวโน้มจะไม่ดี

ในความคิดเห็นของผมการกระทำของจี๊ดที่ดูสวนทางกับแทน กลับทำให้แบบประกันนี้น่าซื้อมากขึ้น เพราะเธอเป็นเหมือนกาวใจ ที่คอยประสานให้ทุกคนคิดดีๆก่อนตัดสินใจเลิกกัน และสมกับการเป็นประกันความรักจริงๆ (เป็นบริการยั้งสติก่อนเลิกรัก) ผมคิดว่าสำหรับลูกค้า มันดูน่าสนใจกว่าตอนที่แทนลุยเดี่ยวให้ลูกค้ารีบๆเซ็นเพื่อผลกำไรบริษัทเพียงอย่างเดียว

และในฐานะที่ผมอยู่ในวงการประกัน จริงๆแล้ว ตำแหน่งหน้าที่แบบจี๊ดที่ไม่อยากให้ลูกค้ายกเลิกกรมธรรม์นั้น มีอยู่ในทุกส่วนงานในบริษัทประกัน เพราะการที่ลูกค้ายกเลิกก่อนเวลานั้น โดยปกติลูกค้าจะเสียเปรียบมากกว่าลูกค้าอยู่ต่อให้ครบกำหนด ไม่ต่างกับในหนังที่ลูกค้าจะอดได้ผลตอบแทน 30% (รายละเอียดตรงนี้ ถ้าให้ลงรายละเอียดคือเล่ากันยาว) เว้นแต่ว่าลูกค้าจะมีเหตุผลทางการเงินอื่นๆ สำหรับในหนังเรื่องนี้ การขอยกเลิกประกัน ก็ดูจะเป็นเหตุผลเรื่องของความรัก ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้ในหนังราวกับล้อมาจากประกันของจริงเลยทีเดียว

Love-Battle-2

2.หลากความรักของตัวละครสมทบ

ว่าที่แม่สามีเจ้าระเบียบกับว่าที่สะใภ้เนตไอดอล – ความรักที่ไม่มีการปกป้องและให้เกียรติคู่ตัวเอง สุดท้ายก็ไปอยู่ไม่รอดอยู่ดี แม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้เอาเรื่องเอาราวก็ตาม แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ทนอยู่กับฝ่ายชายแล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งฝ่ายหญิงเองก็โกหกฝ่ายชาย ผมมองว่าเคสนี้ผิดทั้งคู่ เลยอาจเป็นเหตุให้ช่วงท้ายยังกลับมาลงเอยด้วยกันได้อยู่

นักร้องหนุ่มกับแฟนสาวที่เกิดอุบัติเหตุ – คู่นี้แม้จะไม่ได้อินมาก เพราะปูความสัมพันธ์น้อย แต่ด้วยรายละเอียดแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเป็นภาพสะท้อนของการเลิกกันโดยไม่คิดให้ดีก่อน บางครั้งความรักของคนสองคน มันย้อนกลับมาทำร้ายกัน ทั้งๆที่ยังรักกันอยู่ ตอนที่ฝ่ายชายรับโทรศัพท์ที่เห็นชื่อฝ่ายหญิง ยังใช้นำเสียงไม่พอใจ แต่พอรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ ฝ่ายชายกลับเป็นคนที่ตัดใจจากเธอไม่ได้ และนึกย้อนกลับไปว่าไม่เคยทำเรื่องอะไรดีๆให้กับเธอเลย

หมอหญิงเจ้าของร้านกาแฟ กับนักบินหนุ่มอนาคตแรง (เพราะเส้น?) – หนังปูมาเหมือนความรักคู่นี้เกิดขึ้นและผู้ชายใช้เส้นสายผ่านหมอหญิงเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเคยมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่เมื่อดูถึงตอนจบแล้ว เรากลับพบว่าทั้งหมดอาจเป็นเพียงละครเพื่อให้หมอหญิงได้กลับไปพบกับแทนอีกครั้ง

หนุ่มขี้ระแวงกับสาวนอกใจ – คู่นี้แอบหักมุมเพราะคิดว่าหนุ่มคนนี้ขี้ระแวงไปเอง แต่ที่ไหนได้ ดันมีการนอกใจเกิดขึ้นจริง และทำให้จี๊ดพบความจริงว่าแฟนของตัวเอง แม้จะพูดคำหวานมากมาย แต่ก็มีพฤติกรรมแบบนี้เหมือนกัน

เจ๊โบท็อกซ์ กับหนุ่มล่ำกล้ามปู – คู่นี้ผมแอบมองย้อนกลับไปที่จี๊ดมากกว่า เพราะนี่คือจุดที่หนังแสดงให้เห็นว่าจี๊ดแคร์ความปลอดภัย ความรู้สึกของเจ๊มากกว่าการเอาชนะแทน เมื่อความรักที่เจ๊มี ดูจะเป็นการหลอกลวง จี๊ดเลยแนะนำให้เลิกมากกว่าให้รักกันต่อ แต่เมื่อดูหนังจนจบ เราก็พบว่าจริงๆแล้วทั้งสองก็ยังดูกลับมารักกันดีได้อีกครั้ง บางทีการถูกหลอกหรือไม่ถูกหลอก มันอาจจะอยู่ที่ว่า ณ ขณะนั้นเจ๊แกมีความสุข และหนุ่มล่ำก็มีความสุขรึเปล่า ถ้าพึงพอใจทั้งสองฝ่าย ก็อาจจะรักกันจริงๆก็เป็นได้

ลุงกับป้าร้านอาหาร – ในบรรดาตัวประกอบ ผมคิดว่าผมชอบคู่นี้มากที่สุด และในตอนท้ายคุณลุงก็พร้อมจะปล่อยอีกฝั่งไปกับลูกหลาน โดยไม่เอ่ยคำรั้งไว้สักคำในตอนจบ คือเป็นการยอมเลิกกันเพราะรักกัน ไม่อยากให้ป้าลำบากใจที่จะต้องเลือก และเข้าใจว่าป้าก็ต้องอยากไปอยู่กับลูกหลาน แอบคิดว่าพลอตของคู่นี้ในช่วงท้าย คล้ายเรื่อง ความจำสั้นแต่รักฉันยาวของ GTH แต่ก็มีมุมมองที่ต่างออกไปนิดหน่อย ซึ่งหนังใส่คู่นี้มาก็ทำให้เห็นว่าแทนเองก็ไม่ได้อยากให้คู่ลุงป้าเลิกกัน ทั้งๆที่เป็นคู่ที่มีผลกับการประเมินแบบประกันของแทนอันเป็นมุมที่กลับข้างกันกับจี๊ดที่เล่าไปในส่วนของเจ๊โบท็อกซ์

3.ความรักชนะทุกสิ่ง แต่ไม่เสมอไป

หนึ่งในประเด็นที่ผมชอบมาก และไม่คิดว่าหนังจะกล้าทำคือการให้โค้งสุดท้ายของหนัง บทเลือกที่จะให้คู่ลุงกับป้าเลิกกัน (ถ้าไม่นับ Time Skip 2 ปี) ทำให้แทนได้ยอดคนเลิกกันครบ 50% พอดี โดยปกติหนังส่วนใหญ่มักจะเล่นท่าง่าย ความรักชนะทุกสิ่ง พระเอกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากเอาชนะ อยากให้ลุงกับป้าคบกันต่อ แต่ทำไมถึงไม่สำเร็จล่ะ

ในโลกแห่งความเป็นจริง ข้อมูลและสถิติมันมีความน่าเชื่อถือจริงๆ แต่สถิติไม่รู้หรอกว่าคู่ไหนจะเลิกกัน แค่บังเอิญว่าคู่ที่น่าจะต้องเลิกกันครั้งนี้ มันไปตกลงที่คู่ลุงกับป้า ด้วยข้อมูลมหาศาลตามแบบที่แทนค้นคว้าในหนัง มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะมีคนซื้อประกันของแทนสักคู่ ที่เลิกกันในช่วงนั้น (คือถึงลุงกับป้าไม่เลิกกันตอนนั้น ก็น่าจะมีคู่อื่นเลิกกันอยู่ดี) …คือถ้าลุงกับป้าไม่เลิกกัน ผมจะตะขิดตะขวงใจมากๆนะ ฮ่าๆ

แต่ถ้าถามว่ามีสิ่งที่ขัดใจมั้ย คำตอบคือมีครับ ฉากที่หัวหน้าของแทนซึ่งอยากขึ้นเป็น CFO จนตัวสั่น ถึงขนาดระเบิดอารมณ์ เตะโต๊ะหรือเก้าอี้ (ผมดูไม่ทัน) มันช่างดูขัดแย้งสำหรับผม เพราะคนที่จะขึ้นเป็น CFO และตำแหน่งงานเป็นหัวหน้าของแทน ต้องรู้เรื่องสถิติอยู่แล้วว่า วันที่คุยกัน มันยังไม่ครบ 1 ปี และด้วยสถิติแล้ว มันก็ไม่น่าจะมีคนเลิกกันครบ 50% ก่อนเวลาอยู่ดี (ถ้าแทนคำนวณแม่นจริง และคิดแบบไม่มีความคลาดเคลื่อนมาตลอดทั้งเรื่อง)

ซึ่งถ้าถามว่าในมุมคนดูหนัง ผมก็เข้าใจนะ ว่าฉากนี้ใส่มาเพื่อให้ดูว่าแทนถูกกดดันเรื่องยอดคนเลิกกันน่ะครับ (ซึ่งในรีวิวแบบไม่สปอยล์ ผมบอกว่ามันมีจุดที่คล้าย App War ที่ยอมหลุดรายละเอียดที่สมจริง เพื่อทำให้หนังย่อยง่ายสำหรับคนทั่วไป นี่คือหนึ่งในเรื่องนั้น)

Love-Battle-3

4.เก็บตกประเด็นเล็กๆน้อยๆ

– ฉากแซะที่ผมชอบสุด และขำสุดคือฉากทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าจี๊ดช่างเป็นคนโลกสวยซะจริง และหนังก็ดันยกทุ่งลาเวนเดอร์มาให้จริงๆ (บ้ามากกกกกก แว่บแรกที่เห็นคือ อึ้งสุด ถึงกับอุทานในใจว่า “อะไรวะ” แต่พอหนังหันมาทางนี้เต็มสตรีม คือชอบมากครับ ตลกจริงจัง)

– เอกสารประกอบฉากตอนช่วงต้นเรื่อง มันมีบางซีนที่ต้องทำให้ดูมีเอกสารเยอะๆ และหนึ่งในเอกสารบนหน้าจอมีเอกสารที่มี คปภ.อยู่ คือ ผมคิดว่าหนังทำการบ้านมาดี แม้แต่อุปกรณ์ประกอบในฉากยังไม่หลุด (คือ ถ้าเอาเอกสารชาร์ตๆมาวาง คนดูก็ไม่รู้หรอก แต่นี่ถึงกับเอาเอกสารที่ดูเกี่ยวข้องกับประกันมาใช้จริงๆ)

– นักคณิตศาสตร์ประกันภัย หลายๆคนไม่ได้เนิร์ดแพทเทิร์นเดียวกันแบบในหนังครับ ฮ่าๆๆ (แต่ผมไม่ใช่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยนะ แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ)

– ชอบหลายๆฉากที่แทนได้แสดงความสามารถทางการคำนวณ เพื่อผลประโยชน์อื่นๆ อย่างคำนวณหวย และทอยเต๋า …ทอยเต๋านี่หลักคณิตศาสตร์เป๊ะๆ แทงเบอร์เดิม เบิ้ลสองเท่าไปเรื่อยๆ ตามสถิติล้างหนี้ได้แน่นอน ส่วนคำนวณหวยนี่ร้ายมาก ตอนดูผมยังคิดไม่ทัน แต่จริงๆถ้าเป็นเจ้ามือรายใหญ่เองแบบในเรื่อง ก็น่าจะมีโอกาสกินส่วนต่างจำนวนมากได้จริงๆ

Love-Battle-1

5.ฉากที่ขัดใจ แต่เพราะมันเป็นหนัง เลยต้องยอมให้มันมี (ไม่งั้นหนังเดินเรื่องต่อไม่ได้)

– ฉากประชุมบริษัทที่ทำให้แทนต้องการันตีว่าคนในบริษัทจะเลิกกัน 50% เป็นฉากที่ผมขัดใจมากที่สุดในเรื่อง เพราะแค่โพสลอยๆของคนๆเดียว ไม่มีทางที่บริษัทประกันจะยกเลิกการขายผลิตภัณฑ์แน่นอน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เก็บสถิติของผลิตภัณฑ์ที่ออกไปด้วยซ้ำ และส่วนงานอื่นๆ ไม่น่าจะสามารถก้าวก่ายงานของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้ถึงขนาดนี้ (เพราะเค้าคำนวณมาหมดแล้ว แต่ฝ่ายอื่นดันค้านในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด)

– ปกติแล้วประกันจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ลูกค้าจะเกิดความเสียหายในอะไรบางอย่าง แต่ในหนังเลิกกันแล้วบริษัทยังได้กำไรอีกต่างหาก ลูกค้าได้แค่เงินคืนคนละครึ่ง เรียกว่าลูกค้าเสียสองต่อ ปกติแล้วอาจจะไม่มีสินค้าแบบนี้วางขายครับ

– ชีวิตจริง นักคณิตศาสตร์ประกันภัยคงไม่ว่างพอจะไปยุยงให้คนเลิกกัน หรือเอาเอกสารไปให้ลูกค้าเซ็นครับ เป็นหน้าที่ของคนอื่น และจำนวนลูกค้าก็คงไม่ได้น้อยขนาดที่ขึ้นกระดานในห้องได้ แต่ก็นั่นแหละมันเป็นหนัง ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็คงจะไม่สนุก และดูเข้าใจง่ายครับ

6.บทสรุปของเรื่อง

ผมชอบที่ตอนจบ ที่สุดท้ายหนังเลือกที่จะบอกว่าความรักมันไม่มีอะไรแน่นอน แม้จะเลิกกันไปในช่วง 2 ปีที่มีประกัน แต่หลัง 2 ปี อาจจะกลับมารักกันใหม่ แม้ว่าค่าสถิติจะแม่นยำ แต่มันก็ไม่ได้สามารถบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนจะเป็นอย่างไร

คนที่ดูเข้ากันได้มากๆ อาจจะเลิกกัน

แต่คนที่ดูเข้ากันไม่ได้เลย อาจจะรักกันยืนยาวก็เป็นได้

แม้ว่าแทนจะทำยอดคนเลิกกันได้ถึง 50% ในปีแรก แต่นั่นก็อาจจะเป็นเพียงชั่ววูบนึงของหลายๆคู่รักที่ทะเลาะกัน เพราะตอนกลับมาคบกันใหม่ ก็ไม่ได้มีการติดตามผลใดๆอีก

และแม้ว่าแทนจะมีค่าทางสถิติที่ด้อยกว่าเมฆในการคบกับจี๊ด แต่นั่นก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ถ้าดูจากเหตุผลที่เมฆกับจี๊ดเลิกกัน คือการนอกใจ มันแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่จี๊ดจะกลับไปคบกับเมฆ และแม้แต่รอยสักรูปเมฆของจี๊ด ก็มีรูปสายรุ้งอันเป็นสัญลักษณ์ของฟ้าหลังฝนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ถ้าทีมงานของหนังเรื่องนี้ได้เข้ามาอ่าน ผมขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานหนังเรื่องนี้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่า แต่ต้องได้รับผลกระทบนะครับ ขอชื่นชมที่เก็บรายละเอียดหลายๆอย่างในหนังได้ดีจริงๆ

สำหรับวันนี้ขอจบบทวิเคราะห์ไว้แต่เพียงเท่านี้

สวัสดีครับ

Loading...

Leave a Reply