บทวิเคราะห์ HOMESTAY : เพราะชีวิตคือรางวัล

2

คำเตือน : มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของเรื่องแทบทั้งหมด (Spoil) แต่ไม่ได้เน้นไปที่การเล่าเรื่องนะครับ แนะนำให้ดูหนังก่อนอ่านครับ ทั้งนี้ผมได้ลงรีวิวแบบไม่สปอยล์ไว้ที่นี่นะครับ >> รีวิว Homestay โฮมสเตย์ (9.5/10)

1.วิญญาณเร่ร่อนผู้มาอาศัยร่างมิน

ชีวิตมินจะแย่แค่ไหน วิญญาณตนนี้ไม่เคยรับรู้ไปกับมินด้วย เลยยังมองการมีชีวิตให้ดีได้ การได้มาใช้ร่างของมินยังดีกว่าอยู่ในความมืดมิดที่ไร้ชีวิต มินคนใหม่เลยดูสดใสร่าเริง ถอนเงินเก็บออกจากบัญชี ตัดผมทรงใหม่ ลองกินทุเรียน เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

ถ้าไม่ติดเงื่อนไขว่าต้องสืบว่ามินตายเพราะใคร เพื่อยึดร่างนี้ ดูแล้ววิญญาณตนนี้ไม่คิดจะอยากสืบเกี่ยวกับการตายของมินด้วยซ้ำ ที่สืบก็เพราะอยากได้ร่างมากกว่า

นอกจากนี้ความสัมพันธ์และการยึดติดกับครอบครัว กับเพื่อน หรือแม้แต่พายในช่วงแรก มินคนใหม่ในช่วงแรกไม่ยึดติดเลย เพราะเหมือนคนไม่รู้จักกัน แต่พอเวลาค่อยๆผ่านไป เมื่อมินคนใหม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับทุกคนมากขึ้น ก็ผูกพันกับทุกคนมากขึ้น และทำให้พบกับความผิดหวังมากขึ้น จนพาลให้เสียใจกับชีวิตที่ตนเองมี ว่าเป็นชีวิตห่วยๆ เกลียดคนรอบตัวของตัวเอง และทบทวนเรื่องการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกครั้ง

ในการตอบคำถามกับผู้คุมครั้งแรก มินคนนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจตอบผิด แต่อาจจะต้องการจะตอบให้ถูกและยึดร่างมินไปใช้ชีวิตตามใจฉันมากกว่ายอมตาย แต่ที่แน่ๆคือมินคนนี้โกรธและโทษทุกคนว่าเป็นต้นเหตุของการตายของมินคนเดิม

2.มินกับภาพวาดของมิน

มินทั้งสองคน วาดภาพเดียวกัน แต่ลงสีไม่เหมือนกัน สะท้อนถึงการมองโลกของมินคนแรกที่มองโลกเป็นสีอมทุกข์อย่างม่วงหรือน้ำเงิน แต่มินคนหลังเป็นสีเหลืองทองสว่างไสว ทั้งๆที่เป็นภาพหลังเป็นภาพที่เขียนเสร็จหลังจากรู้ว่าจะอยู่ในร่างนี้ได้อีก 3 วันเท่านั้น

อาจเป็นเพราะชีวิตของมินตอนวาดภาพสีโทนสว่างนั้น อยู่เหลือเวลาบนโลกเพียงน้อยนิด มินคนนี้เลยต้องการสะสางทุกปัญหาให้จบ ไม่ได้รู้สึกยึดติดกับอะไรอีกแล้ว ซึ่งต่างจากตอนต้นเรื่องที่ยังเหลืออีก 100 วัน ที่เป็นการไม่ยึดติดเช่นกัน แต่ไม่ยึดติดเพราะ ยังไม่ได้รักใคร ผูกพันกับใคร

เมื่อรู้จักทุกคนแล้ว รักและผูกพันกับคนรอบข้างแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะวาดภาพนี้คือ มินได้ปล่อยวางกับทุกสิ่ง ไม่ได้สนใจแล้วว่าชีวีตจะแย่หรือไม่แย่ เพราะ 3 วันที่เหลือมันมีค่าเกินกว่ามาทะเลาะกับครอบครัว เหวี่ยงเพื่อน หรือตำหนิพายให้รู้สึกผิด

มินในตอนนี้เลยพยายามเคลียร์ปมในใจกับทุกคน ไม่ได้มีความถือโทษโกรธคนรอบข้างอีกต่อไป และนั่นทำให้มินได้สังเกต และเข้าใจว่าทุกคนรอบข้างไม่ได้แย่กับมินอย่างเดียว ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ทำให้มินดีใจและเสียใจแตกต่างกันไป เพียงแต่การแสดงออกที่ไม่ชัดเจน อาจทำให้มินเข้าใจผิด เหมือนกรณีของเม่นที่ยอมเสียสละอนาคตของตัวเอง แต่มินยังไม่เห็นค่า และฆ่าตัวตาย จึงไม่แปลกที่เม่นจะโกรธมินมาก

ซึ่งเมื่อมินปล่อยวางได้ และโฟกัสอยู่กับ 3 วันสุดท้ายในชีวิตที่เหลืออยู่ มันทำให้มินมีความสุขกับชีวิตและรางวัลที่ได้รับมากขึ้น

3.มินกับวิญญาณเร่ร่อน

เมื่อหนังเฉลยว่าจริงๆแล้ววิญญาณนั้นก็คือมินเอง มันยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า เรื่องบางเรื่องมันคือความยึดติด อาจจะเพราะด้วยความจำ และความสัมพันธ์ที่ยึดโยงกันมาระหว่างเราและคนรอบตัว มันทำให้เราทุกข์ได้ในบางครั้ง

แต่ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป ชีวิตคนเราก็มีเพียงเท่านี้ เรามีเวลาจำกัด และจะต้องตายเข้าสักวันแน่นอน ถ้าเราใช้ชีวิตเหมือนที่มินปล่อยวางได้ทุกสิ่ง ในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตที่ได้รับโอกาสอีกครั้ง มินเองก็ดูเสียใจที่มองย้อนกลับไปแล้วลงมือฆ่าตัวเองตาย เพราะก่อนหน้านั้น มินไม่ได้เห็นความสุขที่สามารถเกิดขึ้นได้เหมือนในช่วง 100 วันที่ผ่านมา

สำหรับผมหนังเรื่องนี้ให้แนวคิดที่น่าสนใจมากๆอย่างหนึ่งเลยคือ ถ้าวันใดที่เราทุกข์มากๆ ก็น่าลองคิดว่าเราเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่มาอาศัยใน Homestay หรือร่างของเรานี่แหละ แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดู โดยลืมความทุกข์บางเรื่องไว้เบื้องหลังก่อน น่าจะช่วยเติมพลังในชีวิตได้ดีทีเดียวเลย

และการมองว่าตัวเราไม่ใช่เรา แต่เป็น Homestay เราอาจจะได้เห็นอะไรดีๆในชีวิตที่เรามี เหมือนที่มินเห็นว่า มินมีแม่ที่เป็นห่วงมิน มีพี่ที่เสียสละโอกาสของตัวเองเพื่อมิน มีพี่รหัสที่ตรงสเปคตัวเองและไม่ยอมให้เรียกว่าพี่ มีเพื่อนที่รักและเป็นห่วงตนเสมอๆ แค่นี้ก็เป็นรางวัลของชีวิตแล้ว

4.เพราะชีวิตคือรางวัล

รางวัลชิ้นใหญ่ของมินอาจจะเป็นชีวิตที่ได้รับโอกาสให้อยู่ต่อไปอีกครั้งก็จริง แต่เมื่อดูตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ผมคิดว่ารางวัลของมินคือชีวิต ที่เข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น มองเห็นชีวิตเป็นรางวัลมากขึ้น มินคนนี้คงไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว เพราะได้มองโลกในมุมที่ต่างออกไป แม้ปัญหาครอบครัวบางอย่างจะยังอยู่ แต่ผมเชื่อว่ามินจะเข้าใจและอยู่กับมันได้มากขึ้น

หากวันใดท้อแท้สิ้นหวัง ก็พึงระลึกไว้เสมอว่าชีวิตเป็นรางวัล ยังมีสิ่งที่สวยงามและน่าทำอีกเยอะ อย่ารีบคิดสั้น เพราะเราอาจจะไม่มีโอกาสได้รางวัลแบบมินที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งก็เป็นได้

2 COMMENTS

  1. วิเคราะห์ได้ดีมากค่ะ เข้าใจลึกซึ้ง เรื่องนี้คือธรรมมะเลย และกันมีจิตอยู่กับปัจจุบัน รู้สึกและสัมผัสให้ได้มากที่สุด

Leave a Reply to MeReview.in.th Cancel reply